ผ่าระบบโครงสร้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตอนที่ 2

สังคม(ทุนนิยม)กำลังแปรให้โรคต่างๆกลายเป็นสินค้า

ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตอนที่ 2 ความเท่าเทียม

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

บทความนี้ต้องการให้เห็นประโยชน์ที่ประชาชน “ทุกคน” จะได้รับจากระบบ ประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่รัฐเป็นผู้จ่าย และคาดหวังว่ารัฐบาลใดๆก็ตามจะเห็นความสำคัญและก่อตั้งระบบเช่นนี้ได้เป็นผล สำเร็จสักวันหนึ่ง

หลักการของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าโดยรัฐเป็นผู้จ่ายเป็นหลักการที่ถูกต้อง หากทุกฝ่ายเคลียร์กันได้ว่าเรื่องนี้ถูกต้องก็สมควรมาร่วมกันแก้ปัญหาที่ เกิดขึ้น การบริหารจัดการที่กำลังมีปัญหาขณะนี้เป็นเพียงความขัดข้องทางเทคนิค ซึ่งไม่น่าจะเกินความสามารถของบุคลากรสาธารณสุขที่จะแก้ไขได้

การให้เหตุผลว่าขนาดอเมริกา อังกฤษและญี่ปุ่นยังทำงานนี้ไม่สำเร็จแล้วประเทศเราจะไปทำอะไรได้ ฟังดูไม่เป็นเหตุผล ปัญหาสำคัญขณะนี้คือทุกฝ่ายยังไม่ลงรอยกันว่า ระบบประกันสุขภาพที่รัฐเป็น ผู้จ่ายคือระบบที่เหมาะสม จึงเบี่ยงเบนประเด็นไปมาไม่รู้จักจบ

ที่สำคัญที่สุดคือภาคประชาชนยังไม่รู้ว่าระบบนี้ให้ประโยชน์กับทุกคนเพียงใด

ลองเปรียบเทียบกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหรือเขื่อนกั้นน้ำ ภาคประชาชนมีความเข้าใจและร่วมมือกันอย่างดีในการปกป้องทรัพยากรที่จะถูก ช่วงชิงไป แต่สำหรับการแพทย์และสาธารณสุขแล้ว ภาคประชาชนกลับนิ่งเฉย เหมือนไม่ทราบว่าระบบสาธารสุขแบบเดิมนั้นได้ช่วงชิงทรัพยากรของคนส่วนใหญ่ไป มากเพียงใด

ในทางตรงข้าม ภาคประชาชนบางกลุ่มได้เรียกร้องขอสิทธิในการรับบริการข้ามเขตเพราะ “เชื่อ” ว่าโรงพยาบาลแห่งนั้นมีคุณภาพมากกว่าโรงพยาบาลใกล้บ้าน นี่คือความเชื่อที่ผิด ความเชื่อที่ว่าโรงพยาบาลนั้นดีกว่าโรงพยาบาลนี้ โรงพยาบาลนี้ดีกว่าโรงพยาบาลนั้น เกิดจากความเชื่อและความหลงผิดเป็นส่วนใหญ่

ระบบสาธารณสุขที่มีอยู่เดิมได้แปรเปลี่ยนแพทย์ ยา และเครื่องมือไฮเทคให้เป็นสินค้าที่ตอบสนองบริโภคนิยมไปแล้ว ความรู้ทางการแพทย์ เทคโนโลยี และจริยธรรมล้วนถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงจนไม่รู้ว่าอะไรจริงหรือเท็จ เช่น ลดราคาการตรวจร่างกายประจำปี แพ็กเก็จฝากครรภ์ราคาประหยัด ศูนย์ตรวจโรคหัวใจครบวงจร ห้องแล็บโรคนอนไม่หลับ การขายฮอร์โมน แคลเซียมและยารักษาโรคกระดูกพรุน เป็นต้น มิพักต้องพูดถึงศูนย์เสริมความงามทั้งใบหน้าและทั่วตัวที่มีอยู่ก่อนแล้ว

แม้ว่าการตรวจร่างกายประจำปี การฝากครรภ์ การตรวจโรคหัวใจ โรคนอนไม่หลับ โรคกระดูกพรุน ล้วนเป็นภาวะที่มีจริงและมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งต้องการการดูแลรักษาที่ถูกต้อง แต่ระบบที่เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงบริการและได้รับบริการที่เท่า เทียมรวมทั้งไม่มากจนเกินไปนั้น “ไม่มี”

เมื่อสังคมแปรให้โรคต่างๆกลายเป็นสินค้าที่ซื้อหาได้โดยอิสระเช่นนี้ ความเสียหายของทรัพยากรจึงเกิดขึ้นอย่างมากมายและรวดเร็ว จนไม่มีทางเลยที่เราจะหยุดกระบวนการทำลายตนเองของสังคมเช่นนี้ได้ นอกจากจะปฏิรูปวิธีซื้อขายสินค้าเหล่านี้เสียใหม่

นั่นคือระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่รัฐเป็นผู้จ่าย

เมื่อยี่สิบปีก่อนชาวบ้านธรรมดาๆที่กลัวเป็นโรคหัวใจจะเดินขึ้นโรงพยาบาลเพื่อขอเอกซเรย์หาโรคหัวใจ สิบปีก่อนเริ่มมีชาวบ้านที่เดินมาขอ “อีเคจี” หาโรคหัวใจ ปัจจุบันนี้ชาวบ้านธรรมดาๆนี่แหละที่มาขอใบส่งตัวไปทำ”เอ็คโค” ที่ศูนย์โรคหัวใจในกรุงเทพฯ

ผมไม่เชื่อว่าจะมีแพทย์โรคหัวใจท่านใดเห็นดีเห็นงามกับการซื้อขายสินค้าโรคหัวใจเช่นนี้ แพทย์ควรได้รับสิทธิในการกำหนดวิธีตรวจหาโรคหัวใจที่เหมาะสม นั่นคือ ดู คลำ เคาะ ฟัง เอกซเรย์ อีเคจี เอ็คโคคาร์ดิโอแกรม และสูงขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ซึ่งจะเป็นไปได้เมื่อรัฐเป็นผู้จ่าย เป็นไปได้ยากเมื่อใครก็ตามที่มีเงินขอเป็นผู้จ่าย 000000000 เพราะทั้งคนซื้อคนขายล้วนตกอยู่ใต้อิทธิพลของการโฆษณา

ยี่สิบปีก่อนชาวบ้านมาขอเอกซเรย์ สิบปีก่อนเขามา “เอกซเรย์คอมพิวเตอร์” ตอนนี้เขามาขอ “เอ็มอาร์ไอ” ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้เพราะการแพทย์ได้แปรเปลี่ยนให้เครื่องมือไฮเทค ต่างๆเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างไปจากพิซซ่าและแฮมเบอร์เกอร์

เมื่อสินค้าทางการแพทย์สามารถสนองตอบบริโภคนิยมได้แล้ว ในอีกสิบปีข้างหน้าเมื่อเทคโนโลยี่การทำแผนที่พันธุกรรมมนุษย์พัฒนาไปจนถึงขีดที่สามารถตรวจค้นความพิการแต่กำเนิด ความฉลาดความโง่ หรือความบกพร่องใดๆ ภาคประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการกีดกันมนุษย์ครั้งยิ่งใหญ่จะไม่เกิดขึ้น

เหมือนคนจนได้ “เอกซเรย์” และคนรวยได้ “เอ็มอาร์ไอ”

เพราะการแพทย์มิใช่เรื่องที่จะนำไปทำเป็นสินค้าได้โดยจริยธรรมไม่สั่นคลอน หากประชาชนต้องการซื้อสินค้าที่เกินจำเป็นเหล่านี้ ก็มีสิทธิจะนำเงินส่วนตัวไปซื้อเอง แต่การแพทย์ที่เหมาะสมและพอควรนั้น รัฐต้องจ่าย

เมื่อระบบใหญ่ทางการแพทย์และสาธารณสุขมีรัฐเป็นผู้จ่ายเสียแล้ว โอกาสที่สินค้าทางการแพทย์จะทำตลาดได้มากมายอย่างที่เห็นนี้ก็จะลดลงบ้าง แน่นอนว่ายังคงเหลือคนรวยที่คิดว่าเงินซื้อชีวิตอมตะได้อยู่ ก็เป็นเรื่องของเขา แต่ที่เห็นและเป็นอยู่ทุกวันนี้ชาวบ้านก็ขายทองเอาเงินไปซื้อยาลดไขมันกิน กัน

ด้วยระบบประกันสุขภาพที่รัฐเป็นผู้จ่ายนี้เองจะทำให้ประชาชนได้รับบริการที่พอเหมาะพอควร ใกล้บ้าน ใกล้ใจและมีจริยธรรม

ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาและการบริหารจัดการ เป็นเวลาที่ต้องใช้จัดการกับฐานข้อมูลของประชาชนซึ่งซ้ำซ้อนเหลือเกิน จัดการกับความหลงผิดในบริโภคนิยมทางการแพทย์ของประชาชน และจัดการกับความเชื่อของกลุ่มผู้เสียประโยชน์

ความเชื่อของกลุ่มผู้เสียประโยชน์เป็นเรื่องที่เข้าใจได้และต้องอาศัยเวลา เช่นเดียวกัน การแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นอยู่เดิมเอื้อประโยชน์อย่างมากมายให้กับข้า ราชการรัฐวิสาหกิจที่สามารถเบิกค่ารักษาได้โดยไม่จำกัดจำนวน เอื้อประโยชน์ให้กับการว่างงานแอบแฝงของบุคลากรที่เกิดขึ้นในทุกโรงพยาบาล และเอื้อประโยชน์ให้กับญาติพี่น้องของบุคลากรสาธารณสุขที่เจ็บป่วย โดยไม่ทันได้ตระหนักว่ายังมีประชากรอีกประมาณหนึ่งในสามของประเทศที่เข้าไม่ ถึงบริการ

อยากให้ข้าราชการรัฐวิสาหกิจเข้าใจว่าประโยชน์ที่เราได้รับทุกวันนี้เป็น ประโยชน์ที่ “ไม่จริง” ถึงจะเบิกทุกอย่างได้แต่ก็ยังต้องเหนื่อยยากในการเข้าหาแพทย์ อีกทั้งเดือดร้อนกับการนำเงินมาหมุนเป็นค่ารักษาพยาบาลในแต่ละเดือน โดยไม่ทันได้ตระหนักว่าค่ารักษาพยาบาลจำนวนมากนั้นหมดไปกับเรื่องเกินจำเป็น อีกด้วย

การว่างงานแอบแฝงของบุคลากรนั้นมิใช่ความผิดของบุคลากร แต่เป็นความผิดของระบบการกระจายทรัพยากรอย่างแท้จริง เมื่อมีการปฏิรูปการกระจายทรัพยากรใหม่เป็นการเหมาจ่ายรายหัวประชากร บุคลากรย่อมต้องวิ่งตามทรัพยากรไปเองในที่สุด

นอกจากนี้การว่างงานแอบแฝงยังเกิดขึ้นจากการแพทย์แบบแยกส่วนอวัยวะเป็น ชิ้นๆ ทุกโรงพยาบาลมีแต่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคที่ไม่มีคนไข้ให้ตรวจ ถ้ามีคนไข้ให้ตรวจก็ไม่มีห้องตรวจให้นั่ง ไม่มีห้องผ่าตัดที่ว่าง ไม่มีเครื่องมือไฮเทครองรับ ฯลฯ เมื่อมีการปฏิรูปการรักษาพยาบาลให้เป็นองค์รวม ใกล้บ้านใกล้ใจ การว่างงานแอบแฝงจึงจะลดลงไปเอง คิดว่าไม่มีแพทย์ท่านใดที่อยากว่างงานเกินสมควร

ส่วนญาติพี่น้องของบุคลากรทางการแพทย์พยาบาลที่เคยเข้าถึงบริการ ยาและเครื่องมือไฮเทคได้อย่างสะดวกสบายเมื่อเทียบกับประชาชนกลุ่มอื่นนั้น ควรเข้าใจว่ายาและบริการต่างๆที่เคยได้รับมานั้นล้วนเกินจำเป็นเสียเป็นส่วน มาก การที่เกิดเป็นญาติพี่น้องของบุคลากรทางการแพทย์พยาบาลแล้วจะได้ยาดีๆและยา ต่างประเทศนั้นเป็นอีกหนึ่งตรรกะที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง

บัญชียาหลักแห่งชาติที่มีอยู่พอรักษาทุกโรคแน่นอน ไม่มียาใดดีกว่ายาใด มีแต่ยาใดเหมาะสมกับโรคอะไร ยามิใช่พิซซ่าหรือแฮมเบอร์เกอร์ที่สามารถสั่งขายหรือซื้อขายได้โดยไม่ควบคุม การโฆษณาและจริยธรรม

ผมไม่เชื่อว่าจะมีนักเรียนแพทย์ท่านใดที่อยากตกเป็นทาสบริษัทยาหรือบริษัทขายครุภัณฑ์ทางการแพทย์โดยเจตนา ด้วยระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ตั้งมั่นจึงจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกลับไปที่ระบบการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ ให้ดูแลผู้ป่วยครบองค์รวม ด้วยมาตรฐานและจริยธรรมทางวิชาชีพโดยปราศจากอิทธิพลของการโฆษณาใดๆอย่างแท้จริง

สำหรับคนยากจน ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้ามิใช่การให้ทานเหมือนกับที่ระบบอื่นเคยกระทำกับคน ยากจน เป็นระบบที่ให้เกียรติคนจนมากกว่าระบบใดที่เคยมีมาก่อน ยังไม่นับว่าระบบที่เคยมีมานั้นยังประสบปัญหาเรื่องการกระจายทรัพยากรอย่าง มากเช่นเดียวกัน

ตรรกะสุดท้ายที่ได้ยินเสมอคือคนรวยควรเสียเงินเอง ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือระบบประกันสุขภาพมิได้มุ่งเน้นที่จะให้ใครเป็น ผู้เสียเงิน แต่มุ่งเน้นที่การกระจายทรัพยากรอย่างทั่วถึงเป็นสำคัญ แล้วคาดหวังว่าจะส่งผลกระทบไปสู่ปัญหาต่างๆที่หมักหมมมานานในระบบเดิมให้ ละลายหายไปในที่สุด

คนรวยจะได้จ่ายเงินเองเพราะเป็นเหยื่อโฆษณาทางการแพทย์ที่จะแนบเนียนมากขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน แต่มิควรมีเสรีมากมายถึงเพียงนี้

ผู้เขียนเพียงต้องการให้ภาคประชาชน รวมถึงข้าราชการรัฐวิสาหกิจและญาติพี่น้องของข้าราชการรัฐวิสาหกิจ ญาติพี่น้องของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รู้ถึงคุณค่าของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่รัฐเป็นผู้จ่าย และเรียกร้องให้รัฐใดๆก่อตั้งระบบขึ้นมาให้สำเร็จให้จงได้ ยังจะมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการอีกมากที่ต้องแก้ไขแต่ถ้าประชาชนรู้ว่าตนเองจะได้อะไรก็คงไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปง่ายๆ

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s