ผ่าระบบโครงสร้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตอนที่ 1

ผ่าระบบโครงสร้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตอนที่ 1 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย

ข้อแรก ผู้ป่วยต้องการแพทย์ใกล้บ้านใกล้ใจเมื่อเจ็บป่วย ระบบนี้ทำให้แพทย์ต้องไป ทำงานที่สถานีอนามัยแทนที่จะกระจุกตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับชาวชนบท เพราะค่ารถที่ผู้ป่วยและญาติใช้เดินทางไปโรงพยาบาลแต่ละครั้งมิใช่น้อยเลย เมื่อเทียบกับคนกรุงเทพฯ

ข้อสอง ผู้ป่วยต้องการสุขภาพที่ดี ระบบนี้จะทำให้เกิดการส่งเสริมและป้องกันโรค มากกว่าที่ผ่านมา

ข้อสาม ผู้ป่วยแต่ละพื้นที่ต้องการให้รักษาและป้องกันโรคที่ไม่เหมือนกัน ระบบนี้จะทำให้แพทย์จำเป็นต้องตอบสนองเป้าหมายซึ่งก็คือสถิติโรคต่างๆในแต่ ละพื้นที่ให้แม่นยำยิ่งขึ้น

ข้อ เสียของระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าคือระบบนี้ไม่ต้องการผู้เชี่ยวชาญมากนัก แต่ต้องการแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมากกว่า ซึ่งเป็นสองสาขาที่มีก็เหมือนไม่มีในประเทศไทย กล่าวคือมีน้อยและที่มีอยู่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักหรือยอมรับ ทั้งจากประชาชนและจากวงการแพทย์ด้วยกันเอง เรื่องประชาชนไม่ รู้จักหรือไม่ยอมรับนั้นไม่เป็นไร เมื่อเวลาผ่านไปประชาชนจะทราบเองว่าแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป หรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจะรักษาและป้องกันโรคให้ครอบครัวของเขาได้ดีกว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา

แต่ เรื่องที่สำคัญคือ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าทำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาจำเป็นต้องไปนั่ง ทำงานในสถานะของแพทย์ทั่วไปที่สถานีอนามัย ทำให้เกิดความอึดอัดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นอันมาก

อย่างไรก็ดี เมื่อคิดว่าอันที่จริงแล้วแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกคนเรียนหลักสูตรและผ่านการ ทำงานในฐานะแพทย์ทั่วไปมาแล้วทั้งสิ้น อีกทั้งหลายท่านสามารถตรวจโรคทั่วไปเวลาเปิดคลินิกส่วนตัวได้ การปรับตัวครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

คงถึงเวลาที่จะต้องยอมรับกันว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมิใช่ตำตอบที่ดีของระบบ สาธารณสุขของไทยอีกต่อไปแล้ว ระบบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำให้เกิดการแยกส่วนของทั้งระบบบริหารและระบบบริการ ตามด้วยการว่างงานแอบแฝงอย่างรุนแรงในทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทำให้โรงพยาบาลมีขนาดใหญ่โตมากขึ้นเรื่อยๆโดยไม่สามารถตอบสนองความต้องการ ที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่

ความรู้ทางจิตเวชศาสตร์ที่มีอยู่ไม่เหมาะสมกับการแก้ปัญหาสุขภาพจิตในสังคม ปัจจุบัน กุมารแพทย์ที่มีอยู่ก็ไม่พอที่จะป้องกันไข้เลือดออก ศัลยแพทย์ที่มีอยู่ก็ไม่พอที่จะผ่าตัดผู้ป่วยที่ได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุ อายุรแพทย์ที่มีอยู่ก็ไม่พอที่จะรักษาผู้ป่วยตับแข็งจากการดื่มเหล้า ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจที่มีอยู่ก็ไม่พอที่จะรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจซึ่งทวี จำนวนอย่างรวดเร็วจากการดำรงชีวิตที่ผิดพลาด

แนวคิดที่จะพึ่งผู้เชี่ยวชาญจึงควรถูกยกเลิก การลงทุนไปกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ ศูนย์รักษาโรคเฉพาะกิจ หรือ เครื่องมือไฮเทค ที่รับใช้ได้เพียงผู้มีโอกาสและตอบสนองวิชาการของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่เป็น ประโยชน์ต่อระบบสาธารณสุขโดยรวม ในที่สุดก็ควรมีเหลือผู้เชี่ยวชาญอยู่บ้างแต่มิใช่มากมายหรือเป็นกระแสหลัก ดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ยกตัวอย่างจิตเวชศาสตร์ จิตเวชศาสตร์สมัยใหม่หมายถึงความรู้เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บทางจิตที่อิงบน ความรู้ของฝรั่ง อาศัยคำอธิบายที่เกี่ยวกับจิตวิเคราะห์ สารเคมีในสมอง และพฤติกรรมศาสตร์ในการตอบคำถามทุกคำถาม คำตอบที่ได้จึงออกมาในรูปของจิตบำบัด การจ่ายยาและพฤติกรรมบำบัดตามลำดับ ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาสุขภาพจิตระดับสังคมของบ้านเราได้เลย

แน่นอนว่าจิตเวชศาสตร์สมัยใหม่มิได้พูดถึงเพียงแง่มุมของการรักษาแต่เพียง มิติเดียว หากยังพูดถึงเรื่องการส่งเสริม ป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพจิตอีกด้วย แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นเพียงคำพูดในตำรา มีความพยายามน้อยครั้งมากที่จะแปรทฤษฎีเหล่านั้นให้เกิดผลกับสังคมโดยรวม ยังมินับว่าความรู้เหล่านั้นเหมาะสมกับบ้านเราแล้วหรือไม่

ไม่มีความพยายามที่จะริเริ่มงานส่งเสริมป้องกันฟื้นฟูให้เป็นจริงเป็นจัง หรืออาจจะมีอยู่บ้างแต่ผลลัพธ์เป็นเช่นไรน่าจะเห็นได้จากยอดผู้ใช้สารเสพย์ ติด รวมทั้งยอดผู้ป่วยทางจิตที่เป็นเด็กและเยาวชนซึ่งสูงมากขึ้นทุกปี ตบท้ายด้วยการจับและทำร้ายตัวประกันถึงชีวิตซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่า บ้านเรานั้นเดินไปก็ตายได้

เหตุที่งานส่งเสริมป้องกันฟื้นฟูไม่สามารถเป็นรูปร่างได้เพราะ “โครงสร้าง” ของ “ระบบ”แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสกัดกั้นเอาไว้ ไม่อำนวยและไม่เปิดโอกาสให้มันเป็นไปได้ ด้วยโครงสร้างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันคือ

หนึ่ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญย่อมเก่งกว่าแพทย์ทั่วไป

สอง วิธีแก้ปัญหาสุขภาพคือการเร่งเพิ่มจำนวนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สาม แพทย์ที่ผลิตได้ไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่าการจ่ายยาหรือผ่าตัด และ

สี่ ลำพังมิติของการรักษาก็เป็นส่วนหนึ่งของบรรษัทขายยาอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ช่วยสังคมมากเท่าที่ควร แต่กลับช่วยให้ยารักษาโรคขายออกได้ง่ายขึ้น ด้วยโครงสร้างและระบบเช่นนี้ ต่อให้ผลิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกมาอีกกี่หมื่นคนคนก็จะถูกกลืนเข้าไปกับ กระบวนการจ่ายยารักษาผู้ป่วย และจัดตั้งศูนย์รักษาเฉพาะกิจ รวมทั้งศูนย์เครื่องมือไฮเทค เช่น ศูนย์รักษาโรคหัวใจ ศูนย์รักษาสมรรถภาพเพศชาย ศูนย์รักษาโรคนอนไม่หลับ เป็นต้น

แต่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่เพียงไม่มีค่ารถเดินทางไปโรงพยาบาล แต่ไม่มีแม้กระทั่งโอกาสที่จะเข้าถึงบริการ จึงยังคงมีสุขภาพที่เสื่อมทรามต่อไป เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะ “โครงสร้าง” หลักของ “ระบบ” ด้วยโครงสร้างเช่นนี้เองทำให้ปัญหาการทำร้ายตัวประกันยาบ้าได้รับคำอธิบาย ด้วยสารเคมีโดปามีนและเอ็นดอร์ฟิน มากกว่าที่จะหาคำอธิบายระดับมหภาค แล้วรื้อโครงสร้างและระบบสาธารณสุขที่แสนจะพิกลพิการนี้ทิ้งไปเสีย

รัฐ(จะเป็นใครก็ช่างเถอะ)ได้เริ่มต้นระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า(จะกี่สิบบาท ก็อย่าสนใจ) เป็นระบบที่ใช้หัวประชากรและเงินเป็นตัวตั้ง เทความสำคัญให้กับงานส่งเสริมป้องกันฟื้นฟูมากกว่างานรักษา เทความสำคัญให้กับแพทย์ทั่วไปมากกว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งเป็นการขับเคลื่อนระบบด้วยพลังทางการเมืองและสังคม

นี่คือระบบที่ถูกต้องและจะเอื้อประโยชน์ต่อประชาชน แต่อุปสรรคขวากหนามกลับมีมากมายอย่างเหลือเชื่อ หนึ่งในอุปสรรคนั้นคือกรอบความคิดที่ยังยึดติดกับการแพทย์ระบบผู้เชี่ยวชาญ

ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าใช้หัวประชากรต่อพื้นที่เป็นตัวตั้ง จะทำให้เกิดการกระจายแพทย์และสถานบริการอย่างเท่าเทียมในอนาคต ยกตัวอย่างคำถาม เขตพญาไทมีประชากรกี่คนถึงต้องมีโรงพยาบาลราชวิถี รามาธิบดี พระมงกุฎ พญาไท เดชา โรงพยาบาลขนาดยักษ์เหล่านี้ดูด “เงิน” จากชนบทไปมากมายเพียงใด

ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าใช้เงินเป็นตัวตั้ง ทำให้แพทย์จำเป็นต้องใช้เงินอย่างคุ้มทุน เช่น หากรักษาความดันโลหิตสูงได้ด้วยยาเม็ดละบาท แล้วทำไมต้องใช้ยาเม็ดละสามสิบบาท ด้วยโครงสร้างที่จำกัดตัวเงินจะทำให้กลไก “หนุนหลัง” ของบรรษัทยาเป็นอัมพาตไป ที่สำคัญคือแพทย์ส่วนใหญ่รู้อยู่แก่ใจว่ายาราคาถูกได้ผลดีเท่าๆกับยาราคาแพง

ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าเทความสำคัญให้กับงานส่งเสริมป้องกันฟื้นฟูมากกว่า งานรักษา ทำนองว่าเมื่อระบบเดินหน้าเต็มลูกสูบ โรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยมากจะต้องขาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นแพทย์ซึ่งถูกโครงสร้างของการรักษาครอบงำมานานแสนนานต้องดิ้นรนให้ หลุดจากการครอบงำนั้นแล้วริเริ่มงานส่งเสริมป้องกันฟื้นฟูให้สำเร็จให้จงได้

ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าเทความสำคัญให้กับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมากกว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค ทำนองว่าแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยครบองค์รวมและครอบครัวผู้ป่วย จึงจะเป็นแพทย์ที่ดำรงตนสอดคล้องกับระบบใหม่ โดยคาดหวังว่าในที่สุดแล้วครอบครัวและชุมชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ อย่างดี มิต้องพึ่งพิงแพทย์และโรงพยาบาลอย่างหน้ามืดตามัวถึงเพียงนี้

แต่แล้วความดีงามเหล่านี้กลับกำลังถูกฉ้อฉลด้วยคนในระบบกันเอง ยกตัวอย่าง ผลจากการแบ่งเงินตามหัวประชากรทำให้โรงพยาบาลที่เคย ส่งต่อผู้ป่วยไปที่อื่นตลอดเวลาเพราะกินเงินเดือนประจำ เปลี่ยนท่าทีเป็นกักตัวผู้ป่วยทุกประเภทเอาไว้มิยอมส่งต่อทั้งที่ไม่มีความ สามารถในการรักษา สาเหตุเพราะถ้าส่งต่อเมื่อไรต้องตามไปจ่ายเมื่อนั้น ปรากฏการณ์นี้เกิดกับโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งอีกด้วย

ในทางตรงข้าม ผู้เชี่ยวชาญที่เคยดำรงชีวิตอยู่ได้เพราะความเป็นผู้เชี่ยวชาญก็กักตัวผู้ ป่วยไว้มิยอมส่งคืนภูมิลำเนาทั้งๆที่เป็นโรคซึ่งแพทย์ทั่วไปที่ไหนก็รักษา ได้ อีกทั้งยังเชื่อมั่นรวมทั้งถ่ายทอดความเชื่อมั่นนี้ให้กับผู้ป่วยว่ามีแต่ยา ราคาแพงเท่านั้นจึงเหมาะสมกับโรคของเขา

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงแต่สาเหตุหลักมาจาก “คน” มิได้มาจาก “ระบบ”

แน่นอนว่าไม่มีระบบใดที่จะสมบูรณ์แบบ แต่ระบบที่สมบูรณ์แบบใดๆก็ล้วนถูกทำลาย ลงได้ด้วยคนทั้งสิ้น

ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นเรื่องที่ดี เมื่อเราป่วยเราไม่ควรเสียเงินทองที่มากมายเกินเหตุ การที่จะคาดหวังให้สถานพยาบาลขนาดใหญ่ บริษัทยา และแพทย์ ยอมถอยหลังคนละสองสามก้าวนั้นเป็นไปไม่ได้หากไม่แก้ไข “โครงสร้าง” และ “ระบบ” ที่พึ่งพิงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ประชาชนไม่ควรพึ่งพิงทั้งระบบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งไม่ควรหวังพึ่งพิงรัฐและผู้คุมนโยบายจนเกินไปเพราะในหลายกรณีก็ พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผลเช่นเดียวกัน

เรื่องทั้งหมดจึงวนกลับมาที่สังคมต้องเข้มแข็งและพึ่งตนเอง หาทางรู้เท่าทันระบบสุข ภาพให้ได้และเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดสุขภาพของตนเอง

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s